วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2560
การลงพื้นที่สำรวจทุนทางวัฒนธรรม จังหวัดอ่างทอง
การลงพื้นที่สำรวจทุนทางวัฒนธรรม จังหวัดอ่างทอง
ส.1 (สืบค้น)
จังหวัดอ่างทอง
จังหวัดอ่างทองอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง
การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิต เครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก
เป็นจังหวัดบ้านเกิดของ นายดอก นายทองแก้ว เมืองวิเศษชัยชาญ และนายแท่น นายอิน
นายเมือง ชาวบ้านสีบัวทอง วีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน และขุนรองปลัดชู
ผู้นำกองอาทมาตอาสาสู้รบจนสิ้นชีพ ๔๐๐ คน ที่เมืองกุยบุรี นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัดวาอารามที่มีความเก่าแก่โบราณสวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายกว่า
๒๐๐ วัด
อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย
อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ
อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ
บ้านคูเมือง
ตำบลหัวไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง
ในปัจจุบันอ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
ในปัจจุบันอ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง
มีเนื้อที่ ๙๖๘ ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา
จังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองอ่างทอง
อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้
มีอาณาเขตติดต่อคือ
-
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรี
-
ทิศตะวันออก
ติดต่อกับจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา
-
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
-
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การคมนาคม
เส้นทางคมนาคมภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
แบ่งเป็น 2 ทางด้วยกันคือ ทางรถยนต์และทางเรือ
ประชาชนส่วนใหญ่นิยมการเดินทางทางรถยนต์มากที่สุด
การติดต่อภายในจังหวัดระหว่างอำเภอต่างๆ สามารถ ติดต่อกันได้ทุกอำเภอโดยทางรถยนต์ ซึ่งมีสภาพเส้นทางเป็นทางลาดยางแอลฟัสต์ตลอด
นอกจากนี้มีเส้นทาง ชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทจังหวัด
กรมชลประทานและองค์การบริหารส่วนจังหวัด
สภาพถนนเป็นถนนลูกรังเชื่อมติดต่อระหว่างหมู่บ้านกับหมู่บ้าน และหมู่บ้านกับอำเภอ
เส้นทางเดินรถยนต์
ระยะทางจากอำเภอเมืองอ่างทอง ไปยังอำเภอต่าง ๆ
อำเภอวิเศษชัยชาญ 13 กิโลเมตร
อำเภอโพธิ์ทอง 10 กิโลเมตร
อำเภอแสวงหา 25 กิโลเมตร
อำเภอไชโย 14 กิโลเมตร
อำเภอสามโก้ 27 กิโลเมตร
อำเภอป่าโมก 13 กิโลเมตร
รถยนต์โดยสารประจำทางระหว่างจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
สายที่ 200
อ่างทอง-พระพุทธบาท-สระบุรี ระยะทาง 58 กิโลเมตร
สายที่ 464 อ่างทอง - สุพรรณบุรี –
สระบุรี ระยะทาง 112 กิโลเมตร
สายที่ 101 อ่างทอง – อยุธยา ระยะทาง 32 กิโลเมตร
สายที่ 165 อ่างทอง - ตาคลี –
นครสวรรค์ ระยะทาง 111 กิโลเมตร
สายที่ 105 อ่างทอง – ลพบุรี ระยะทาง 71 กิโลเมตร
สายที่ 324
อ่างทอง - วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ระยะทาง 28 กิโลเมตร
สายที่ 326 วิเศษชัยชาญ - ผักไห่ –
อยุธยา ระยะทาง 18 กิโลเมตร
สายที่ 122 อ่างทอง - มหาราช –อยุธยา ระยะทาง 18 กิโลเมตร
สายที่ 123 อ่างทอง - บ้านหันสังข์ –
อยุธยา ระยะทาง 18 กิโลเมตร
รถยนต์โดยสารประจำทางระหว่างกรุงเทพ
ฯ - อ่างทอง
การเดินทางโดยรถยนต์ผ่านถนนสายเอเซีย
จากกรุงเทพ ไปตามถนนพหลโยธิน แยกเข้าสายเอเซีย ผ่าน อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 108 กิโลเมตร
ถนนสายตลิ่งชัน - สุพรรณบุรี - อ่างทอง
ไปทางสายพระปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน ทางหลวงสาย 340 ระยะทาง 150 กิโลเมตร
ถนนสายปทุมธานี - อยุธยา - อ่างทอง
เข้าสายปากเกร็ด ไป ปทุมธานี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3111 ผ่านอำเภอบางไทร
ถึงแยกอำเภอเสนา เข้าอยุธยา ไปตามทางหลวงแผ่นดินสาย 309 ถึงอำเภอป่าโมก
จังหวัดอ่างทอง ระยะทาง 140 กิโลเมตร
การลงพื้นที่สำรวจทุนทางวัฒนธรรม จังหวัดอ่างทอง
ส.1 (สืบค้น)
จังหวัดอ่างทอง
จังหวัดอ่างทองอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง
การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิต เครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก
เป็นจังหวัดบ้านเกิดของ นายดอก นายทองแก้ว เมืองวิเศษชัยชาญ และนายแท่น นายอิน
นายเมือง ชาวบ้านสีบัวทอง วีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน และขุนรองปลัดชู
ผู้นำกองอาทมาตอาสาสู้รบจนสิ้นชีพ ๔๐๐ คน ที่เมืองกุยบุรี นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัดวาอารามที่มีความเก่าแก่โบราณสวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายกว่า
๒๐๐ วัด
อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย
อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ
อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ
บ้านคูเมือง
ตำบลหัวไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง
ในปัจจุบันอ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
ในปัจจุบันอ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่มีค่า
จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง
มีเนื้อที่ ๙๖๘ ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา
จังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองอ่างทอง
อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้
มีอาณาเขตติดต่อคือ
-
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรี
-
ทิศตะวันออก
ติดต่อกับจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา
-
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
-
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การคมนาคม
เส้นทางคมนาคมภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
แบ่งเป็น 2 ทางด้วยกันคือ ทางรถยนต์และทางเรือ
ประชาชนส่วนใหญ่นิยมการเดินทางทางรถยนต์มากที่สุด
การติดต่อภายในจังหวัดระหว่างอำเภอต่างๆ สามารถ ติดต่อกันได้ทุกอำเภอโดยทางรถยนต์ ซึ่งมีสภาพเส้นทางเป็นทางลาดยางแอลฟัสต์ตลอด
นอกจากนี้มีเส้นทาง ชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทจังหวัด
กรมชลประทานและองค์การบริหารส่วนจังหวัด
สภาพถนนเป็นถนนลูกรังเชื่อมติดต่อระหว่างหมู่บ้านกับหมู่บ้าน และหมู่บ้านกับอำเภอ
เส้นทางเดินรถยนต์
ระยะทางจากอำเภอเมืองอ่างทอง ไปยังอำเภอต่าง ๆ
อำเภอวิเศษชัยชาญ 13 กิโลเมตร
อำเภอโพธิ์ทอง 10 กิโลเมตร
อำเภอแสวงหา 25 กิโลเมตร
อำเภอไชโย 14 กิโลเมตร
อำเภอสามโก้ 27 กิโลเมตร
อำเภอป่าโมก 13 กิโลเมตร
รถยนต์โดยสารประจำทางระหว่างจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
สายที่ 200
อ่างทอง-พระพุทธบาท-สระบุรี ระยะทาง 58 กิโลเมตร
สายที่ 464 อ่างทอง - สุพรรณบุรี –
สระบุรี ระยะทาง 112 กิโลเมตร
สายที่ 101 อ่างทอง – อยุธยา ระยะทาง 32 กิโลเมตร
สายที่ 165 อ่างทอง - ตาคลี –
นครสวรรค์ ระยะทาง 111 กิโลเมตร
สายที่ 105 อ่างทอง – ลพบุรี ระยะทาง 71 กิโลเมตร
วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560
งาน Gift On The Moon 2017
งาน Gift On The Moon 2017
(5 เมษายน 2560)
ภาพผลงานและบรรยากาศ
หัวข้องาน : ศาสหร์แห่งพระราชา
ชื่อกลุ่ม : ๙ ตามพ่อ (ก้าวตามรอยเท้าพ่อ)
สินค้า : ผ้าเช็ดหน้าโครงการพระราชดำริ
วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560
งาน Gift On The Moon 2017
งาน Gift On The Moon 2017
(4 เมษายน 2560)
ภาพผลงานและบรรยากาศ
หัวข้องาน : ศาสหร์แห่งพระราชา
ชื่อกลุ่ม : ๙ ตามพ่อ (ก้าวตามรอยเท้าพ่อ)
สินค้า : ผ้าเช็ดหน้าโครงการพระราชดำริ
วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560
งาน Gift On The Moon 2017
งาน Gift On The Moon 2017
(3 เมษายน 2560)
ภาพผลงานและบรรยากาศ
หัวข้องาน : ศาสหร์แห่งพระราชา
ชื่อกลุ่ม : ๙ ตามพ่อ (ก้าวตามรอยเท้าพ่อ)
สินค้า : ผ้าเช็ดหน้าโครงการพระราชดำริ
ราคา : ชิ้นละ 40 บาท
สรุปการเรียนครั้ง 5 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560
สรุปการเรียนครั้ง 5 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560
พรีเซ้นต์ข่าวเกี่ยวกับฟ้อนต์ 1 คน ฟ้อนต์ Wave
การบ้าน
ประกวดออกแบบอักษรประดิษฐ์ รางวัลนริศรานุวัตติวงศ์ งานที่จะส่งต้องเสร็จภายในวันที่ 22 มีนาคม งานครั้งหน้า โครงสร้างฟ้อนต์ที่จะส่งประกวด ใน FONTLAฺB
ส่งโครงร่างตัวอักษร sketch ในกระดาษกราฟ
เข้าจอสีชมพูคือ Edit mask คลิกขวา กด Help เมนูขึ้นมา กด Edit mask จะได้จอขาวขึ้นมา เส้นประหน้าเอาไว้กั้นคู่หน้าให้เท่ากัน ส่วนกั้นหลัง ให้เลื่อนตามความเหมาะสม ถ้าเส้นทับกัน เป็นเส้นโปร่งๆ ให้คลิกขวาที่เส้น กด Reverse Contours จะกลับมาเป็นเส้นดำเหมือนเดิม
งานสอบปฏิบัติกลางภาคเรียนครั้งที่ 2/2560
ให้นักศึกษาออกแบบตัวพิมพ์และส่งผลงานร่วมประกวดในโครงการออกแบบตัวอักษรประดิษฐ์
การออกแบบตัวอักษรประดิษฐ์ รางวัลนริศรานุวัตติวงศ์ ในด้านอักษรประดิษฐ์ " การออกแบบชุดตัวอักษรไทย ภายใต้แนวคิด ย่านเก่า เล่าอดีต "
ส่งประกวดออกแบบฟอนต์ประดิษฐ์ ส่งอาจารย์ วันที่ 22 มีนาคม 2560
ให้นักศึกษาออกแบบตัวพิมพ์และส่งผลง่นร่วมประกวดในโครงการออกแบบตัวอักษรประดิษฐ์ ตามรายละเอียดที่แนบมานี้
วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560
การออกแบบสินค้าในงาน Gift on the moon
ออกแบบสินค้าในงาน Gift On The Moon
คือ การออกแบบฟ้อนต์ เพื่อนำมาลงสินค้าเพื่อผลิตจริง โดยการจัดทำสินค้าขึ้นมา 1 ชนิดแล้วนำมาขายในวันที่ 4-5 เมษายน 2560 ในงาน Gift on the moon ซึ่งเป็นงานของสาขาวิชาศิลปกรรม
Concept : ศาสตร์แห่งพระราชา
ศาสตร์พระราชา
ศาสตร์พระราชาจากภูผาสู่มหานที
ศาสตร์พระราชา
ศาสตร์พระราชาจากภูผาสู่มหานที
…จากฟากฟ้าลงภูผา ผ่านทุ่งนาสู่มหานที…
โครงการฝนหลวง
วิธีทำฝนหลวงมีอยู่๓ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนที่๑ ก่อกวน คือการดัดแปรสภาพอากาศหรือก้อนเมฆในขณะนั้นเพื่อกระตุ้นให้มวลอากาศ ชื้นไหลพาขึ้นสู่เบื้องบนอันเป็นการชักนำไอน้ำหรืออากาศชื้นเข้าสู่กระบวน การเกิดเมฆ
ขั้นตอนที่๒ เลี้ยงให้อ้วน คือการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำให้เมฆเจริญขึ้นจนมีขนาดใหญ่หนาแน่นและพร้อมที่จะตกลงมาเป็นฝน
ขั้นตอนที่๓ โจมตี คือการดัดแปรสภาพอากาศที่จะกระตุ้นให้เม็ดละอองเมฆปะทะชนกันแล้วรวมตัว เข้าด้วยกัน จนมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการลดแรงไหลพาขึ้นเบื้องบน เพื่อให้เม็ดน้ำ มีขนาดใหญ่ตกลงสู่เบื้องล่างแล้วเกิดเป็นฝนตกลงมาสู่เป้าหมาย
ฝายชะลอความชุ่มชื้น(CheckDam)
ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาง่ายในท้องถิ่นเช่นก้อนหินและไม้เพื่อก่อเป็นฝายขวางร่องน้ำหรือห้วยเล็กๆทำหน้าที่กักกระแสน้ำไว้ให้ไหลช้าลงและให้น้ำสามารถซึม ลงใต้ผิวดินสร้างความชุ่มชื้นในบริเวณนั้น อีกทั้งยังช่วยดักตะกอนดินและทราย ไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำเบื้องล่าง
แฝก
การปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับเพื่อช่วยชะลอความชุ่มชื้นไว้ในดิน โดยรากของหญ้า แฝกจะขยายออกด้านข้างเป็นวงเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน๕๐เซนติเมตรและจะแทงลงไป เป็นแนวลึกใต้ดิน๑-๓เมตรแล้วสานกันเป็นแนวกำแพงดูดซับความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ดิน
ทฤษฎีใหม่
เป็นการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กบนผิวดินในพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรโดยแบ่ง ที่ดินสำหรับใช้ขุดเป็นสระเก็บน้ำให้สามารถใช้ทำการเกษตรได้ตลอดปีและสามรถ เลี้ยงปลาไปพร้อมๆกันนอกจากนี้บริเวณขอบสระยังสามารถใช้ปลูกพืชผักสวนครัว ได้อีกด้วย โครงการแก้มลิง
หลักการของโครงการ คือเมื่อเกิดน้ำท่วมก็ขุดคลองชักน้ำให้ไหลมารวมกันเก็บไว้ ในแหล่งพักน้ำแล้วจึงค่อยทำการระบายลงสู่ทะเลผ่านทางประตูระบายน้ำในช่วงที่ ปริมาณน้ำทะเลลดลง ขณะเดียวกันก็สามารถสูบน้ำออกจากคลองที่เป็นแก้มลิงลงสู่ ทะเลตลอดเวลาเพื่อที่น้ำจากตอนบนจะได้ไหลลงมาได้เรื่อยๆและเมื่อใดก็ตามที่ ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงกว่าระดับน้ำในคลองที่เป็นแก้มลิงก็ให้ปิดประตูระบายน้ำกั้นไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้ามา
การใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย เป็นการนำน้ำคุณภาพดีจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่งเข้าไปไล่น้ำเสียตามคลองใน เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้แก่คลองบางเขนคลองบางซื่อคลองแสนแสบคลองเทเวศร์และ คลองบางลำภูเพื่อช่วยลดปัญหา ความเน่าเสียของน้ำในคลองต่างๆคล้ายกับ การ“ชักโครก”คือปิดและเปิดน้ำให้ได้จังหวะตามเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงหากน้ำขึ้น สูงก็เปิดประตูน้ำให้น้ำดีเข้าไปไล่น้ำเสียครั้นน้ำทะเลลงก็เปิดประตูถ่าย น้ำเสียออกจากคลองไปด้วย
กังหันน้ำชัยพัฒนา
ใช้บำบัดน้ำเสียที่เกิดจากชุมชนและอุตสาหกรรมลักษณะเป็นเครื่องกลหมุนช้าแบบทุ่นลอยเพื่อช่วยเติมออกซิเจนที่ผิวน้ำ การบำบัดน้ำเสียโดยใช้จุลินทรีย์
วิธีที่ ๑ การใช้น้ำหมักชีวภาพ
โดยการใช้น้ำหมักชีวภาพปริมาณ ๑ ต่อ ๕๐๐ ส่วนราดลงทั้งในน้ำทิ้งจากครัวเรือน ตลาดสดฟาร์มปศุสัตว์หรือโรง-งานอุตสาหกรรมเพื่อให้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลาย อินทรีย์สารในแหล่ง น้ำนอกจากนี้น้ำหมักชีวภาพยังสามารถนำไปใช้ได้ดีในการ ปรับสภาพน้ำในบ่อประมงทั้งบ่อเลี้ยงกุ้งและปลาได้เป็นอย่างดี
วิธีที่ ๒ ลูกระเบิดจุลินทรีย์
เป็นการบำบัดและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้ดีขึ้นด้วยจุลินทีย์เช่นเดียวกับการใช้น้ำ หมักประกอบด้วยโคลนจากท้องน้ำ ๕๐กิโลกรัม,รำ๑๐กิโลกรัม,ปุ๋ยอินทรีย์เม็ดหรือ ผง๕๐กิโลกรัมและน้ำหมักชีวภาพที่หมักจนได้ที่แล้ว ๓ เดือนขึ้นไปโดยนำทุกอย่าง มาผสมเข้าด้วยกันจนสามารถปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าลูกเปตองนำไปผึ่งไว้ในที่ร่ม จนแห้งสามารถนำไปบำบัดน้ำได้โดยใช้ในอัตราส่วน๕กิโลกรัมต่อน้ำ๑ล้านลิตร หรือ๒๕กิโลกรัมต่อพื้นที่ไร่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำที่เน่าเสีย
ชื่อกลุ่ม : ๙ ตามพ่อ (ก้าวตามรอยเท้าพ่อ)
สินค้า : ผ้าเช็ดหน้าโครงการพระราชดำริ
โลโก้กลุ่ม
แบบงานที่ได้ทำการออกแบบ
โครงการพระราชดำริที่ได้เลือกมาออกแบบมี 3 โครงการ คือ
1. โครงการแก้มลิง
2. โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย
3. โครงการฝนหลวง
แบบสเก็ต
การออกแบบครั้งที่ 1
สินค้าที่เลือกทำคือสมุด
Art work
ผลงานสำเร็จ
การออกแบบครั้งที่ 2
สินค้าที่เลือกทำคือแม่เหล็ก
Art work
รูปแบบที่ 1
รูปแบบที่ 2
รูปแบบที่ 3
รูปแบบที่ 4
ผลงานสำเร็จ
การออกแบบครั้งที่ 3
สินค้าที่เลือกทำคือผ้าเช็ดหน้า
Art work
รูปแบบที่ 1 โครงการแก้มลิง
2. รูปแบบที่ 2 โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย
3. รูปแบบที่ 3 โครงการฝนหลวง
ผลงานสำเร็จ
ป้ายสินค้า
ป้ายแท็ก
Moodboard แสดงผลงาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















































